 |
ทุนสาธารณประโยชน์เพื่อสงเคราะห์สมาชิก
|
สหกรณ์ฯ จะจ่ายเงินสงเคราะห์ให้แก่สมาชิก ดังนี้
|
|
1. สงเคราะห์เกี่ยวกับการศพของสมาชิก
2. สงเคราะห์เกี่ยวกับสมาชิกที่ทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวรเนื่องจากการเจ็บป่วย
3. สงเคราะห์สมาชิกผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ จากอุบัติเหตุภัยธรรมชาติและสาธารณภัย
4. สงเคราะห์เกี่ยวกับเงินทุนส่งเสริมการศึกษาบุตรของสมาชิก
5. สนับสนุนเงินทุนในการศึกษา อบรม ประชุม สัมมนา การศึกษาวิจัย และกิจกรรมอื่น ๆ ในทางสหกรณ์ของสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์
6. สนับสนุนเงินทุนเพื่อส่งเสริมกิจกรรมงานพัฒนาชุมชน
|
| การขอรับทุนสาธารณประโยชน์ |
|
ให้สมาชิก หรือผู้รับประโยชน์แล้วแต่กรณีที่จะขอทุนสาธารณประโยชน์ เสนอเรื่องราวผ่านการพิจารณา ดังต่อไปนี้
1. สมาชิกที่สังกัดส่วนภูมิภาค (อำเภอหรือจังหวัด) ให้เสนอเรื่องผ่านสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอหรือจังหวัด
2. สมาชิกที่สังกัดส่วนกลาง (ศพช.เขต หรือกอง) ให้เสนอเรื่องผ่านศูนย์ช่วยเหลือทางวิชาการพัฒนาชุมชนเขต (ศพช.เขต) หรือกองต้นสังกัด แล้วแต่กรณี
3. เจ้าหน้าที่สหกรณ์ให้เสนอเรื่องต่อผู้จัดการสหกรณ์
4. เรื่องราวที่เสนอขอทุนสาธารณประโยชน์นั้น ให้แสดงหลักฐาน เหตุผล และถ้าเป็นอาคารหรือสถานที่ ให้แสดงรูปแบบและรายการให้ชัดเจน และให้ยื่นต่อประธานกรรมการดำเนินการเพื่อมอบให้คณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายพิจารณาก่อนขออนุมัติคณะกรรมการดำเนินการ
|
| การสงเคราะห์เกี่ยวกับการศพของสมาชิก |
| |
สมาชิกผู้ใดถึงแก่กรรมไม่ว่ากรณีใดในขณะที่เป็นสมาชิกอยู่ในสหกรณ์ ให้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์เกี่ยวกับการจัดการศพ ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
1. เป็นสมาชิกสหกรณ์ ไม่เกิน 10 ปี ให้ได้รับเงินสงเคราะห์เกี่ยวกับการจัดการศพ ไม่เกิน 9,000 บาท
2. เป็นสมาชิกสหกรณ์ ตั้งแต่ 10 ปี 1 วัน ถึง 20 ปี ให้ได้รับเงินสงเคราะห์เกี่ยวกับการจัดการศพ ไม่เกิน 10,000 บาท
3. เป็นสมาชิกสหกรณ์ ตั้งแต่ 20 ปี 1 วันขึ้นไป ให้ได้รับเงินสงเคราะห์เกี่ยวกับการจัดการศพ ไม่เกิน 12,000 บาท
ในกรณีที่วางหรีดสักการะศพสมาชิกผู้ถึงแก่กรรมได้ ให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการวางหรีดในนามของสหกรณ์ และเบิกจ่ายเงินจากกองทุนนี้ได้ในวงเงินไม่เกิน 500 บาท |
| การสงเคราะห์เกี่ยวกับสมาชิกที่ทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร เนื่องจากการเจ็บป่วย |
| |
สมาชิกที่ทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร ได้แก่ สมาชิกที่ทุพพลภาพจนไม่สามารถประกอบหน้าที่การงานใดๆ ในอาชีพประจำตามปกติได้ โดยตลอดไป ให้ได้รับเงินตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
ก. เป็นสมาชิกสหกรณ์ไม่เกิน 10 ปี ให้ได้รับเงินสงเคราะห์ไม่เกิน 10,000 บาท
ข. เป็นสมาชิกสหกรณ์ตั้งแต่ 10 ปี 1 วัน ถึง 15 ปี ให้ได้รับเงินสงเคราะห์ไม่เกิน 15,000 บาท
ค. เป็นสมาชิกสหกรณ์ตั้งแต่ 15 ปี 1 วัน ถึง 20 ปี ให้ได้รับเงินสงเคราะห์ไม่เกิน 20,000 บาท
ง. เป็นสมาชิกสหกรณ์ตั้งแต่ 20 ปี 1 วันขึ้นไป ให้ได้รับเงินสงเคราะห์ไม่เกิน 30,000 บาท
โดยให้สมาชิก ทายาท หรือผู้ที่เกี่ยวข้องทำหนังสือขอรับเงินสงเคราะห์ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ทราบว่าทุพพลภาพ หากพ้นกำหนดแล้วถือว่าหมดสิทธิ |
| การสงเคราะห์สมาชิกผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ |
| |
ขอบเขตของการสงเคราะห์ เป็นการสงเคราะห์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิกผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ มีเงื่อนไขดังนี้
(1) ตัวสมาชิกผู้ที่ได้รับอันตรายทางร่างกาย
(2) บ้านเรือนที่อยู่อาศัยประจำและทรัพย์สินของสมาชิก ได้รับความเสียหายจากภัยข้างต้น
สมาชิกผู้ขอรับการสงเคราะห์จะต้องยื่นหลักฐานการขอรับการสงเคราะห์ต่อประธานกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ พร้อมด้วยเอกสารรายละเอียดแล้วแต่กรณี ดังนี้
1. รายงานหรือสำเนารายงานของแพทย์หรือใบรับรองแพทย์ที่ทำการรักษาร่างกายของสมาชิกผู้ประสบภัย ที่ขอรับการสงเคราะห์ และ หรือ
2. รายงานหรือสำเนารายงานการสอบสวนของพนักงานสอบสวน กรณีประสบภัยจากอุบัติเหตุ อัคคีภัย และจลาจล
3. สำเนาทะเบียนบ้านหรือเอกสารหลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้อยู่อาศัยในบ้านนั้น
4. ภาพถ่ายแสดงความเสียหายของบ้านเรือนที่อยู่อาศัย หรือทรัพย์สินของสมาชิกที่ขอรับการสงเคราะห์
5. บัญชีแสดงรายการและมูลค่าของทรัพย์สินที่เสียหาย
6. หนังสือรับรองของผู้บังคับบัญชา |
| ์สมาชิกผู้ประสบภัยจะได้รับการพิจารณาให้ได้รับการสงเคราะห์ ดังนี้ |
| |
1. กรณีได้รับอันตรายสาหัส แต่ไม่ถึงกับทุพพลภาพ ให้ได้รับเงินตามเกณฑ์ ดังนี้
ก. เป็นสมาชิกสหกรณ์ ไม่เกิน 10 ปี ให้ได้รับเงินสงเคราะห์ไม่เกิน 4,000 บาท
ข. เป็นสมาชิกสหกรณ์ตั้งแต่ 10 ปี 1 วัน ถึง 20 ปี ให้ได้รับเงินสงเคราะห์ไม่เกิน 5,000 บาท
ค. เป็นสมาชิกสหกรณ์ตั้งแต่ 20 ปี 1 วันขึ้นไป ให้ได้รับเงินสงเคราะห์ไม่เกิน 6,000 บาท
2. กรณีบ้านเรือนหรือทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการพิจารณาให้การสงเคราะห์ตามสมควรแต่ไม่เกิน 10,000 บาท
3. ได้รับอันตรายสาหัสถึงกับทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร ไม่สามารถประกอบหน้าที่การงานใด ๆ ในอาชีพประจำตามปกติได้โดยตลอดไป ให้ได้รับเงินตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
ก. เป็นสมาชิกสหกรณ์ไม่เกิน 10 ปี ให้ได้รับเงินสงเคราะห์ไม่เกิน 10,000 บาท
ข. เป็นสมาชิกสหกรณ์ตั้งแต่ 10 ปี 1 วัน ถึง 15 ปี ให้ได้รับเงินสงเคราะห์ไม่เกิน 15,000 บาท
ค. เป็นสมาชิกสหกรณ์ตั้งแต่ 15 ปี 1 วัน ถึง 20 ปี ให้ได้รับเงินสงเคราะห์ไม่เกิน 20,000 บาท
ง. เป็นสมาชิกสหกรณ์ตั้งแต่ 20 ปี 1 วันขึ้นไป ให้ได้รับเงินสงเคราะห์ไม่เกิน 30,000 บาท |
| การสงเคราะห์เกี่ยวกับเงินทุนส่งเสริมการศึกษาบุตรของสมาชิก |
| |
1. เงินทุนส่งเสริมการศึกษาบุตรของสมาชิก ให้ไม่เกินทุนละ 3,000 บาท
2. คุณสมบัติของผู้รับเงินทุนส่งเสริมการศึกษาบุตร มีดังนี้
2.1 เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของสมาชิกและกำลังศึกษาอยู่ แต่ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม ทั้งนี้ต้องมีอายุไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์
2.2 เป็นสมาชิกซึ่งมีเงินเดือนประจำไม่เกินเดือนละ 30,000 บาท
3. ผู้ขอรับเงินทุนส่งเสริมการศึกษาบุตรยื่นหนังสือคำขอรับทุนตามแบบและภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนดตามประกาศของสหกรณ์
เป็นคราว ๆ ไป พร้อมด้วยเอกสารประกอบ ดังนี้
(1) สำเนาทะเบียนบ้าน หรือสูติบัตรของบุตรผู้ขอรับทุน
(2) ใบรับรองจากสถานศึกษาของบุตรผู้รับทุนว่าเป็นผู้กำลังศึกษาอยู่ |
| การสนับสนุนเงินทุนในการศึกษาอบรม / ประชุม / การสัมมนาการศึกษาวิจัยและกิจกรรมต่าง ๆ ในทางสหกรณ์ของสมาชิก |
| |
1. สมาชิกที่ขอรับการสนับสนุนเงินทุนในการศึกษาอบรมฯ ตามข้อ 28 จะต้องยื่นหลักฐานขอรับการสนับสนุนต่อประธานกรมการดำเนินการสหกรณ์ พร้อมด้วยเอกสารรายละเอียดแล้วแต่กรณี ดังนี้
(1) หนังสือแสดงความจำนงขอรับเงินทุน
(2) ใบสมัครหรือสำเนาใบสมัครที่จะยื่นต่อผู้จัดโครงการศึกษาอบรม หรือสัมมนา หรือกิจกรรมที่ประสงค์เข้ารับการศึกษาอบรม สัมมนา หรือ
(3) เค้าโครงการวิจัย
(4) รายการค่าใช้จ่ายในการเข้าศึกษาอบรม สัมมนา
หรือศึกษาวิจัย หรือเข้าร่วมกิจกรรม
(5) สำเนาบัตรประจำตัวของสมาชิก
(6) หนังสือรับรองของผู้บังคับบัญชา
2. วงเงินสนับสนุนให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการดำเนินการที่จะพิจารณาตามความเหมาะสม ทั้งนี้ภายในวงเงินไม่เกิน 20,000 บาท ต่อรายหรือต่อโครงการ |